โซลูชันของเรา
เครื่องมือและโซลูชันอุตสาหกรรม
โซลูชัน
อุตสาหกรรมที่ให้บริการ
เครื่องมือและโซลูชันอุตสาหกรรม
การบินและอวกาศ
ผลิตภัณฑ์
เครื่องมือและโซลูชันอุตสาหกรรม
Power Equipment
โซลูชัน
คอมเพรสเซอร์
โซลูชัน
ผลิตภัณฑ์
คอมเพรสเซอร์
Marine Compressors
Process gas and air equipment
การซ่อมบำรุงและงานอะไหล่
คอมเพรสเซอร์
ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน
โซลูชัน
เครื่องอัดอากาศหรือคอมเพรสเซอร์ (Air compressor)
ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน
คอมเพรสเซอร์อากาศชนิดไร้น้ำมันหรือคอมเพรสเซอร์ Oil-free
เครื่องอัดอากาศหรือคอมเพรสเซอร์ (Air compressor)
ไดรเออร์ (Air dryer)
เครื่องผลิตก๊าซ
คอมเพรสเซอร์สำหรับการใช้งานทางทะเล
อุปกรณ์ด้านอากาศอัดและก๊าซในกระบวนการ
ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน
Gas screw compressors
อุปกรณ์ด้านอากาศอัดและก๊าซในกระบวนการ
การซ่อมบำรุงปั๊มสุญญากาศ
สว่าน
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน
Accessories
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
Air
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
Nitrogen
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
Offshore equipment
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
Oil-free air compressors
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
Oil-lubricated air compressors
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
Steam
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
อุตสาหกรรมที่ให้บริการ
อุปกรณ์ก่อสร้างและการรื้อทำลายแบบเบา
คอมเพรสเซอร์หรือปั๊มลมที่ใช้แล้ว
ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน
Large mobile air compressors
คอมเพรสเซอร์หรือปั๊มลมที่ใช้แล้ว
Small and easy to transport versatile towable compressor
คอมเพรสเซอร์หรือปั๊มลมที่ใช้แล้ว
The electric compressor range
คอมเพรสเซอร์หรือปั๊มลมที่ใช้แล้ว
Versatility range
คอมเพรสเซอร์หรือปั๊มลมที่ใช้แล้ว
การผลิตกระแสไฟฟ้า

เราจะลดค่าไฟฟ้าในโรงงานได้อย่างไร?

วิธีต่อไปนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระบบอัดอากาศของคุณ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากในระยะยาว

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา

วิธีลดค่าไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระบบอัดอากาศ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราต้องการจะบอกให้คุณรู้ว่าค่าใช้จ่ายในโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่หมดไปกับอะไรบ้าง?

อย่างที่รู้กันว่าหลักๆ แล้ว 70% ของการค่าใช้จ่ายในโรงงานหมดไปกับค่าไฟฟ้าที่ใช้ในกระบวนการผลิต โดยที่ระบบอัดอากาศจะใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ประมาณ 12- 40% ของกระบวนการผลิต และ 70% ของค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานของระบบอัดอากาศล้วนมาจากค่าไฟฟ้า ผู้ใช้งานระบบอัดอากาศหลายท่านจึงพยายามคิดค้นหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดการใช้พลังงานในระบบอัดอากาศ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากในระยะยาว

อย่างที่รู้กันว่าหลักๆ แล้ว 70% ของการค่าใช้จ่ายในโรงงานหมดไปกับค่าไฟฟ้าที่ใช้ในกระบวนการผลิต โดยที่ระบบอัดอากาศจะใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ประมาณ 12- 40% ของกระบวนการผลิต  และ 70% ของค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานของระบบอัดอากาศล้วนมาจากค่าไฟฟ้า ผู้ใช้งานระบบอัดอากาศหลายท่านจึงพยายามคิดค้นหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดการใช้พลังงานในระบบอัดอากาศ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากในระยะยาว คุณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในระบบอัดอากาศของคุณได้โดยการซ่อมแซมรอยรั่วในระบบอัดอากาศ (leak elimination) เพราะหากเครื่องอัดอากาศมีการทำงานในขณะที่ไม่มีการผลิตนั้นแสดงว่ามีลมรั่ว 100% ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ การตรวจสอบระบบอัดอากาศ หรือ  การลดค่า pressure bands และลดอัตราสถานะ unloaded ของเครื่องลงก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระบบอัดอากาศและทำให้ประหยัดพลังงานได้มาก ยังมีวิธีอื่นๆอีกหลายวิธีที่จะช่วยให้ระบบอัดอากาศของคุณลดการใช้พลังงานและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อ่านต่อได้ด้านล่างเลยค่ะ

1. ลองคำนึงถึงการนำพลังงานความร้อนกลับมาใช้ใหม่ (Heat Recovery)ดูสิ

ทำได้จริงหรอ? เป็นไปได้ยังไง? แล้วเราเอากลับมาในรูปแบบไหน?
การประหยัดพลังงานมีหลายรูปแบบ แต่หนึ่งอย่างที่ทุกคนยังรู้กันมากนักคือ การนำพลังงานความร้อนที่เหลือทิ้งในระบบอัดอากาศกลับมาใช้ใหม่ก็สามารถช่วยประหยัดต้นทุนได้มากเช่นกัน หากไม่มีการนำพลังงานความร้อนส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์ ความร้อนในส่วนนี้จะถูกปล่อยเข้าสู่ชั้นบรรยากาศผ่านระบบระบายความร้อนและการแผ่รังสี ซึ่งเป็นการสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ปริมาณความร้อนที่เราจะสามารถกู้คืนกลับมาใช้ได้นั้นขึ้นอยู่กับขนาดและชั่วโมงการทำงานของเครื่องอัดอากาศด้วย โดยปกติแล้วเครื่องอัดอากาศหรือปั๊มลมชนิดหล่อลื่นด้วยน้ำมัน (oil-injected screw compressors) สามารถนำพลังงานความร้อนกลับมาใช้ใหม่ได้ถึง 70% และ 94% หากเป็นเครื่องอัดอากาศชนิดไร้น้ำมัน (oil-free water-cooled screw compressors) การกู้คืนนำพลังงานความร้อนที่เหลือทิ้งจากระบบอัดอากาศกลับมาใช้ใหม่เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดค่าไฟฟ้าในโรงงานได้ เนื่องจากเป็นการลดความจำเป็นในการใช้พลังงาน เช่น การนำพลังงานความร้อนกลับมาใช้ใหม่แทนการใช้ฮีทเตอร์และเครื่องผลิตน้ำร้อน อย่างในโรงไฟฟ้าที่ใช้อุตสาหกรรม boiler เป็นต้น

2. ตรวจสอบขนาดของเครื่องอัดอากาศหรือปั๊มลม (air compressors) ที่คุณใช้งานอยู่มีขนาดเหมาะสมกับการใช้งานหรือไม่?

หากมีขนาดเล็กเกินไปจะทำให้เครื่องอัดอากาศทำงานหนักและชำรุดได้  หากเครื่องอัดอากาศมีขนาดใหญ่เกินไปจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน  ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น Check list ด้านล่างจะทำให้คุณรู้ว่าเครื่องอัดอากาศหรือปั๊มลมเหมาะกับการใช้งานของคุณหรือไม่

what compressor size do I need?
- การใช้งานของคุณเป็นแบบไหน?

- โรงงานผลิตหรือโรงเวิร์คชอปของคุณต้องใช้ปริมาณลมเท่าไร?

- แรงดันลมขั้นต่ำภายในโรงงานที่คุณจำเป็นต้องใช้คือเท่าไร?

- กระบวนการผลิตของคุณจำเป็นต้องใช้อากาศอัดที่สะอาดและแห้งหรือไม่?

- เครื่องอัดอากาศหรือปั๊มลมของคุณเดินเครื่องตลอดเวลาหรือไม่
มีการใช้งานกี่ชั่วโมงต่อปี?

- เครื่องอัดอากาศของคุณมีการทำงานผันผวนหรือไม่? ทำงานกี่กะต่อวัน?

- ความต้องการลมอัดระหว่างกะมีความผันผวนหรือไม่?

- คุณมีแผนขยายการผลิตในอนาคตหรือไม่?

เมื่อคุณตอบคำถามข้างต้นได้แล้ว นอกจากจะคำนึงถึงเรื่องต้นทุนแรกเริ่มแล้ว ควรพิจารณาถึงเรื่องของค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานที่ต่ำที่สุดด้วย

3. ลองศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ ดูบ้าง!!

การลงทุนซื้อเครื่องอัดอากาศสักตัวก็เหมือนกับการตัดสินใจซื้อรถยนต์ เราเข้าใจว่าเป็นการตัดสินใจที่ยาก เนื่องจากเป็นการลงทุนในระยะยาวและจะอยู่กับธุรกิจของคุณไปอีกนานหลายปี  โดยปกติแล้วโรงงานอุตสาหกรรมจะเปลี่ยนเครื่องอัดอากาศทุกๆ  7-10 ปี ซึ่งหมายความว่าต้นทุนค่าใช้จ่ายในการลงทุนครั้งแรกเป็นเพียงเศษเสี้ยวของค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานเท่านั้น เพราะ 70%  ของค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานของเครื่องอัดอากาศมาจากการใช้พลังงานหรือเป็นค่าไฟฟ้านั่นเอง คุณควรมีการตรวจเช็คการใช้พลังงานทุกๆ 2 – 5 ปีเพื่อเช็คสถานะของเครื่อง

Businessman using smart phone
คุณควรเปลี่ยนเครื่องอัดอากาศใหม่หรือซ่อมแซมเปลี่ยนอะไหล่บ้าง เครื่องอัดอากาศ หากมีการใช้งานมาเป็นระยะเวลานานย่อมมีสึกหรอ เมื่อไม่มีการซ่อมบำรุงจะทำให้กินไฟ การเปลี่ยนเครื่องอัดอากาศของคุณเป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดจะช่วยลดการใช้พลังงานได้มากถึงหนึ่งในสี่จากรุ่นเดิม หากเครื่องอัดอากาศเครื่องเก่าที่คุณกำลังใช้งานมาเป็นเวลานานกำลังเผชิญปัญหากินไฟ ลองเปลี่ยนเครื่องอัดอากาศเครื่องใหม่ดูสิ แล้วจะพบว่าต้นทุนในการเปลี่ยนเครื่องอัดอากาศเครื่องใหม่นั้นน้อยกว่าต้นทุนโดยรวมตลอดอายุการใช้งานของเครื่องอัดอากาศเครื่องปัจจุบันเสียอีก เพราะเทคโนโลยีของเครื่องอัดอากาศรุ่นใหม่ที่ทันสมัยพร้อมตัวควบคุมรุ่นใหม่ล่าสุด (controller) และมอเตอร์ประหยัดพลังงานที่จะช่วยให้คุณได้กำไรตั้งแต่วันแรกที่ใช้

นอกจากการเปลี่ยนเครื่องใหม่แล้ว คุณยังสามารถอัพเกรดอะไหล่บางอย่างได้ด้วย ลองสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอัดอากาศดูถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนอะไหล่บางส่วนในเครื่องอัดอากาศของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานได้ ยกตัวอย่างเช่น การอัพเกรดปั๊มลมของคุณด้วยการติดตั้งตัวควบคุมอิเล็กทรอนิกส์รุ่นล่าสุด (electronic controller) จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมการทำงานของระบบอัดอากาศได้และยังเป็นการลดสถานะ unload ของเครื่อง จึงทำให้ระบบอัดอากาศของคุณมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น

4. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้เครื่องอัดอากาศหรือปั๊มลมถูกประเภทหรือไม่

การใช้งานระบบอัดอากาศในอุตสาหกรรมต่างๆ ย่อมมีความต้องการลมอัดที่มีคุณภาพแตกต่างกันออกไป หากเป็นการใช้งานในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ หรืออุตสาหกรรมเภสัชกรรม ส่วนมากจะต้องการลมอัดที่มีคุณภาพสูง สะอาดปราศจากการปนเปื้อนของน้ำมัน เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่ารับบริโภคของที่สะอาด มีคุณภาพ ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องอากาศที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับ class 0  เทคโนโลยีเครื่องอัดอากาศแบบไร้น้ำมัน (Oil-free compressor) จากแอตลาส คอปโก้ ช่วยให้คุณไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อยๆ  ช่วยลดต้นทุนในกระบวนการคอนเดนเสทน้ำมัน  รวมถึงเป็นการลดการสูญเสียพลังงานเมื่อแรงดันในไส้กรองลดลง และยังเป็นการช่วยลดต้นทุนในการบวนการอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากไม่ต้องใช้น้ำมันฟู้ดเกรดที่มีราคาแพง (food grade oil lubricants)

หากกำลังการผลิตของคุณมีขนาดใหญ่ จำเป็นต้องใช้ลมอัดในปริมาณมาก คุณอาจจะลองพิจารณาเลือกใช้เครื่องอัดอากาศแบบแรงเหวี่ยง (centrifugal compresso) ดู เนื่องจากเครื่องอัดอากาศประเภทนี้จะช่วยให้ประหยัดพลังงานมากกว่า เราขอแนะนำให้คุณติดตั้งพร้อมกับเครื่องอัดอากาศแบบปรับความเร็วรอบได้ (VSD compressor)

5. ทำไมไม่ลองใช้เทคโนโลยี VSD (Variable Speed Drive) ล่ะ

หากกระบวนการผลิตของคุณมีความต้องการลมอัดที่ผันผวน ไม่ว่าจะเป็นปริมาณลมอัดหรือช่วงเวลาการผลิตในช่วงเวลาที่ต่างกัน ทำให้เครื่องอัดอากาศหรือปั๊มลมกำลังทำงานนอกระบบหรือไม่ได้ใช้งาน ไม่ได้มีการผลิตอากาศอัดใดๆ เป็นระยะเวลานาน การเปิดสตาร์ทเครื่องและชัทดาวน์เครื่องบ่อยๆ ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก แต่คุณสามารถประหยัดพลังงานได้มากขึ้นหากเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีVSD ที่สามารถปรับความเร็วรอบมอเตอร์ได้ตามการใช้งาน โดยเทคโนโลยีVSD จะผลิตอากาศอัดเมื่อจำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้ยังช่วยลดการทำงานของเครื่องอัดอากาศที่ไม่จำเป็นลง เครื่องอัดอากาศแบบVSD จึงช่วยประหยัดพลังงานได้โดยเฉลี่ย 35% และเทคโนโลยี VSD + สามารถประหยัดได้มากถึง 50% เมื่อเทียบกับเครื่องอัดอากาศแบบความเร็วคงที่ (fixed speed air compressor)

สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรละเลยในการดูแลรักษาระบบอัดอากาศคือการลงทุนในเรื่องของการบำรุงรักษาเครื่องอัดอากาศเป็นประจำ การซ่อมบำรุงรักษาเครื่องอัดอากาศเป็นประจำจะช่วยคงประสิทธิภาพให้ดีเยี่ยมเสมือนเครื่องใหม่อยู่เสมอ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของแอตลาส คอปโก้ได้โดยตรงที่ Official Line@: atlascopcothailand

                                                            

เครื่องอัดอากาศหรือคอมเพรสเซอร์ (Air compressor) งานซ่อมบำรุงและการบริการหลังการขาย Air compressors 2021 Compressed Air 2021

atlas copco thailand 24/7 customer center

แอตลาส คอปโก้ ประเทศไทย (สำนักงานใหญ่)

125 หมู่ 9 นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ถ.บางนาตราด กม.36 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา 24130