โซลูชันของเรา
เครื่องมือและโซลูชันอุตสาหกรรม
โซลูชัน
อุตสาหกรรมที่ให้บริการ
เครื่องมือและโซลูชันอุตสาหกรรม
การบินและอวกาศ
ผลิตภัณฑ์
เครื่องมือและโซลูชันอุตสาหกรรม
Power Equipment
โซลูชัน
คอมเพรสเซอร์
โซลูชัน
ผลิตภัณฑ์
คอมเพรสเซอร์
Marine Compressors
Process gas and air equipment
การซ่อมบำรุงและงานอะไหล่
คอมเพรสเซอร์
ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน
โซลูชัน
เครื่องอัดอากาศหรือคอมเพรสเซอร์ (Air compressor)
ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน
คอมเพรสเซอร์อากาศชนิดไร้น้ำมันหรือคอมเพรสเซอร์ Oil-free
เครื่องอัดอากาศหรือคอมเพรสเซอร์ (Air compressor)
ไดรเออร์ (Air dryer)
เครื่องผลิตก๊าซ
คอมเพรสเซอร์สำหรับการใช้งานทางทะเล
อุปกรณ์ด้านอากาศอัดและก๊าซในกระบวนการ
ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน
Gas screw compressors
อุปกรณ์ด้านอากาศอัดและก๊าซในกระบวนการ
การซ่อมบำรุงปั๊มสุญญากาศ
สว่าน
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน
Accessories
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
Air
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
Nitrogen
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
Offshore equipment
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
Oil-free air compressors
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
Oil-lubricated air compressors
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
Steam
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับการเช่า
อุตสาหกรรมที่ให้บริการ
อุปกรณ์ก่อสร้างและการรื้อทำลายแบบเบา
คอมเพรสเซอร์หรือปั๊มลมที่ใช้แล้ว
ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน
Large mobile air compressors
คอมเพรสเซอร์หรือปั๊มลมที่ใช้แล้ว
Small and easy to transport versatile towable compressor
คอมเพรสเซอร์หรือปั๊มลมที่ใช้แล้ว
The electric compressor range
คอมเพรสเซอร์หรือปั๊มลมที่ใช้แล้ว
Versatility range
คอมเพรสเซอร์หรือปั๊มลมที่ใช้แล้ว
การผลิตกระแสไฟฟ้า
การเชื่อมขอบหน้าแปลนคุณภาพสูงกับการใช้งาน E-Swirl

การเชื่อมขอบหน้าแปลนคุณภาพสูงกับการใช้งาน E-Swirl

ปัจจัยสำคัญด้านคุณภาพ: การทากาวที่ขอบ

การเชื่อมขอบหน้าแปลนเป็นหนึ่งในวิธีการต่อเชื่อมที่ท้าทายที่สุดในการสร้างตัวถังรถยนต์ ในจุดนี้จะเน้นการกระจายวัสดุที่เหมาะสมเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อได้มากที่สุด และช่วยให้เกิดความมั่นคงทางโครงสร้างและป้องกันการกัดกร่อน กระบวนการในการทากาวมีผลกระทบอย่างมากต่อสิ่งนี้

19 มีนาคม 2021

บทความ หัวข้อ โซลูชันการเชื่อมต่อ ยานยนต์ โซลูชันการจ่ายวัสดุ โซลูชันการต่อเชื่อม

กระบวนการของขอบหน้าแปลน: 1. การซ้อน 2. ก่อนการพับ 3. ขอบสุดท้าย

กระบวนการของขอบหน้าแปลน: 1. การซ้อน 2. ก่อนการพับ 3. ขอบสุดท้าย

มีกระบวนการการใช้งานหลัก 3 กระบวนการในการสร้างตัวถังรถยนต์ ได้แก่การเชื่อมโครงสร้าง การสร้างความแข็งแรงและการเชื่อมขอบหน้าแปลน ขอบหน้าแปลนจะใช้สำหรับชิ้นส่วนปิดที่มองเห็นได้จากด้านนอก เช่นประตูกระโปรงหน้า ฝากระโปรงเครื่องยนต์หรือกระโปรงท้าย ระบบการปิดจะผลิตในขั้นตอนที่แยกจากกันภายในกระบวนการผลิตตัวถังที่ยังไม่ทำสี การเชื่อมขอบหน้าแปลน เป็นหนึ่งในวิธีการต่อเชื่อมที่ท้าทายที่สุดในการประกอบตัวถัง การอัดกาวจะช่วยเติมคุณสมบัติของโครงสร้างที่สำคัญ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการชน และป้องกันการกัดกร่อน เทคนิคการต่อเชื่อมอื่นๆ เช่น การเชื่อมเป็นจุดหรือการยิงรีเวทไม่เหมาะสำหรับการใช้งานนี้เนื่องจากมีข้อต่อที่มองเห็นได้และมีรูปลักษณ์ที่ไม่สวยงาม ในการเชื่อมขอบ จะมีสองแผ่นซ้อนกันอยู่ กาวหรืออีพ็อกซี่แบบหนึ่งหรือสองส่วนประกอบ หรือวัสดุที่ทำจากยางจะทาไว้ที่แผ่นด้านนอก จากนั้นจะถูกดัดให้โค้งรอบๆ แผ่นด้านในและพับทับ ในระหว่างการทำขอบ กาวจะบีบอัดและแทรกซึมไปทั่วบริเวณขอบ


คุณภาพเมื่อใช้การเชื่อมขอบหน้าแปลน

เกณฑ์คุณภาพของการเชื่อมขอบหน้าแปลน

เกณฑ์คุณภาพของการเชื่อมขอบหน้าแปลน

ความเสถียรระยะยาวของการเชื่อมนี้ขึ้นอยู่กับการกระจายของวัสดุในขอบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเกณฑ์ต่อไปนี้:


  • A: การเชื่อม 100 เปอร์เซ็นต์ระหว่างแผ่นด้านในและด้านนอก
  • B: การเชื่อม X-เปอร์เซ็นต์ที่กำหนดระหว่างแผ่นด้านในและด้านนอก
  • C: การเติมเต็มขอบด้วยกาว
  • D: มีการกระจายกาวเพียงพอที่ด้านใน

หากขอบมีกาวไม่เพียงพอจะทำให้เกิดโพรงและช่องอากาศขึ้น ในระหว่างกระบวนการเคลือบ E-Coating ในครั้งถัดไป โพรงเหล่านี้จะเต็มไปด้วยของเหลว จากนั้นของเหลวนี้จะแห้งในระหว่างการอบในเตาอบ ส่งผลให้เกิดฟองอากาศและทำให้เกิดรอยด่างขึ้น นอกจากรอยตำหนิที่มองเห็นได้แล้ว ขอบเหล็กยังไวต่อการกัดกร่อนอีกด้วย ต้องแกะตัวถังรถออกเพื่อแก้ไขงานใหม่ ในทางกลับกันหากมีการใช้กาวมากเกินไป หรือมีการจัดตำแหน่งกาวไม่ถูกต้องนั้นจะนำไปสู่การรั่วไหลของวัสดุส่วนเกิน ส่วนประกอบนี้ต้องได้รับการแก้ไขงานใหม่ก่อนทำสีเพื่อให้แน่ใจว่าอ่างเคลือบ E-Coat ไม่มีการปนเปื้อน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในระหว่างการซีลเพื่อความงามซึ่งส่งผลให้การใช้วัสดุและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น


การกระจายวัสดุ: ให้ความสำคัญกับการใช้งาน

รูปแบบการทาเม็ดสารแบบดั้งเดิม การทาแบบหมุนเกลียว และการทาแบบหมุนเกลียวที่มีส่วนคอด

รูปแบบการทาเม็ดสารแบบดั้งเดิม การทาแบบหมุนเกลียว และการทาแบบหมุนเกลียวที่มีส่วนคอด

มีปัจจัยมากมายในกระบวนการต่อเชื่อมที่สมบูรณ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการกระจายวัสดุในขอบ เช่นการเลือกกาว หรือวิธีการทำขอบ อย่างไรก็ตามหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลก็คือกระบวนการประยุกต์ใช้งานนั่นเอง โดยทั่วไปแล้วระบบควบคุมปริมาณและจ่ายกาวโดยหุ่นยนต์จะใช้ในการควบคุมพารามิเตอร์ต่างๆ เช่นการไหลของวัสดุ อุณหภูมิ แรงดันและความเร็วในการทาด้วยวิธีการที่แม่นยำและทำซ้ำได้ โดยทั่วไปแล้วจะมีรูปแบบการใช้งานที่เหมาะสมอยู่ 2 แบบ คือการทาเม็ดสารแบบคลาสสิก และสิ่งที่มักจะเรียกว่าการทาแบบหมุนเกลียว ซึ่งวัสดุจะทาด้วยการเคลื่อนไหวแบบหมุนเกลียว วิธีการทาทั้ง 2 แบบจะให้การเชื่อมขอบหน้าแปลนคุณภาพสูงในสภาวะที่เหมาะสมได้


เพิ่มความน่าเชื่อถือของกระบวนการ

การทาแบบหมุนเกลียวที่มีส่วนคอด: ในตำแหน่งที่ต้องการวัสดุในปริมาณที่น้อยลงนั้นจะปรับได้อย่างเป็นระบบในขณะที่ยังคงรักษาคุณภาพของการทาที่สูงอย่างต่อเนื่อง

การทาแบบหมุนเกลียวที่มีส่วนคอด: ในบริเวณที่ต้องการวัสดุน้อยลง จะสามารถปรับปริมาณได้

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในการผลิตสมัยใหม่และแนวโน้มในปัจจุบัน เช่น การออกแบบด้วยวัสดุหลายชนิด และโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา ทำให้อุตสาหกรรมมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น การออกแบบยานยนต์และรูปทรงของชิ้นส่วนที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ที่มีไดนามิกมากขึ้น และทำให้การเข้าถึงส่วนประกอบทำได้ยากขึ้น โซลูชันการใช้งานต้องมีความยืดหยุ่น เทคนิคการทาแบบหมุนเกลียวจะให้ประโยชน์ได้หลายประการในส่วนนี้ ในขณะที่การทาเป็นเม็ด ระยะการทาต่อส่วนประกอบควรสอดคล้องกับเส้นผ่านศูนย์กลางของเม็ดสาร วิธีหมุนเกลียวจะช่วยให้ระยะห่างระหว่างส่วนประกอบเพิ่มเป็น 50 มิลลิเมตร การเปลี่ยนแปลงระยะจะไม่มีผลต่อรูปแบบการทา ซึ่งทำให้การเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์ง่ายขึ้น ช่วยให้มีความเร็วสูงขึ้น และช่วงในเรื่องความสะดวกในการเข้าถึง โดยเฉพาะกับรูปทรงที่ซับซ้อน

ในขณะเดียวกันการทาแบบหมุนเกลียวช่วยให้มั่นใจได้ถึงการกระจายวัสดุที่เหมาะสมกับการทาที่ขอบหน้าแปลน วัสดุจำนวนเท่ากันจะกระจายตัวบนพื้นผิวที่ใหญ่กว่า การทายังคงแม่นยำด้วยเส้นขอบที่กำหนดไว้อย่างคมชัด ซึ่งจะส่งผลดีต่อการอัดในกระบวนการพับ ตัวจ่ายแบบหมุนเกลียวรุ่นปัจจุบันยังสามารถปรับความกว้างของการทาได้อย่างแม่นยำ ในตำแหน่งที่ต้องการวัสดุน้อยกว่า ปริมาณที่ใช้ก็ลดลงได้อย่างเป็นระบบในขณะที่ยังคงรักษาคุณภาพการทาที่สูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้สามารถปรับรอยต่อของการเชื่อมให้เข้ากับรูปทรงเรขาคณิตของหน้าแปลนได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงการรั่วซึมและการแก้ไขงานใหม่ได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการใช้วัสดุได้อีกด้วย

การประกันคุณภาพ

เกณฑ์การตรวจสอบด้วยสายตา: ความกว้างของเม็ดสาร ความต่อเนื่องของเม็ดสาร ตำแหน่งเม็ดสาร

การตรวจสอบเม็ดสารด้วยสายตา

ด้วยทั้งการทาสารเป็นเม็ดและหมุนเกลียวจึงทำให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพของการทาเพิ่มเติมได้ด้วยระบบการตรวจสอบด้วยสายตา ระบบการตรวจสอบคุณภาพแบบกล้องในสายการผลิตจะตรวจจับข้อผิดพลาดเกี่ยวกับความกว้าง ความต่อเนื่อง และตำแหน่งของการทาทันทีในระหว่างการทาโดยไม่มีรอบเวลาเพิ่มเติม นอกจากนี้ระบบกล้องบางระบบยังมีฟังก์ชันซ่อมแซมเม็ดสารโดยอัตโนมัติสำหรับการซ่อมแซมโดยอัตโนมัติ เช่นในกรณีที่เกิดการติดขัดของการทากาว


เกณฑ์ทั่วไปของการตรวจสอบคุณภาพจุดเม็ดสารด้วยสายตา:


  • ความกว้างของเม็ดสาร
  • ความต่อเนื่องของเม็ดสาร
  • ตำแหน่งของเม็ดสาร

สรุป

การเชื่อมขอบหน้าแปลนคือหนึ่งในงานที่ท้าทายที่สุดในการผลิตตัวถังที่ยังไม่ทำสี การกระจายวัสดุในขอบมีผลกระทบสำคัญต่อคุณภาพของกาวยึดเกาะของกาวในระยะยาว รอยตำหนิจะทำให้เกิดการกัดกร่อน และก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงในการแก้ไขงานใหม่ การทาแบบหมุนเกลียวลดปัญหาและเพิ่มความน่าเชื่อถือในกระบวนการ อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยที่หลากหลายซึ่งส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิผลของการเชื่อมขอบหน้าแปลน และยังจำเป็นต้องใช้ความรู้ความเข้าใจในการต่อเชื่อมและความเชี่ยวชาญในกระบวนการอย่างครอบคลุม ในศูนย์นวัตกรรมระดับโลก Atlas Copco ทำงานร่วมกับลูกค้าและซัพพลายเออร์วัตถุดิบอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การพัฒนาการทาไปจนถึงการทดสอบวัสดุเพื่อปรับปรุงกระบวนการและประกันคุณภาพ

เรียนรู้เพิ่มเติม:

E-Swirl 2 AdX BIW: ภาพจำลองการเยื้อง

Loading...